http://www.guanimongyai.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ประวัติความเป็นมา  รวมบทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ  แผนที่เดินทาง  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/05/2008
ปรับปรุง 01/05/2015
สถิติผู้เข้าชม1,673,018
Page Views2,346,964
Menu
หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
ประวัติเจ้าแม่กวนอิม
ข้อมูลทั่วไปศาลเจ้า
กำหนดเวลาประทับทรง
วัตถุประสงค์เวบไซต์
ข่าว update เวบไซต์
รวมบทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
แผนที่เดินทาง
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยม
เกี่ยวกับผู้สร้างศาลเจ้า
งานประจำปี
เชิญร่วมทำบุญ
เทศกาลกินเจ
บทสวดมนต์และคาถา
บทความทั่วไป
« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
 

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่2

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่2

ที่มา : รวบรวมจากหนังสือเจ้าแม่กวนอิม พระเมตตาปาฏิหารย์และตำหนักที่ประทับเจ้าแม่กวนอิม ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วฟ้าเมืองไทย   

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 2

 

ตอนที่ 2 แจกันกิ่งหลิวช่วยขจัดภัยแล้งและการขายปลาสดที่ผันแปร

 

                ชาวบ้านที่ได้ฟังคำบอกเล่าของหลิวซื่อเสียนว่า หญิงชราที่ถือหม้อเที่ยวขอทานนั้น ที่แท้คือพระโพธิสัตว์กวนอิมแปลงกายมา  ต่างพากันรู้สึกหวาดเกรงอย่างประหลาด  ก็เมื่อครู่ยังเห็นเดินผ่านไปแต่ไม่มีใครรู้ว่าหญิงชราผู้เข็ญใจ ที่แท้คือพระโพธิสัตว์กวนอิม  มีบางคนรู้สึกโกรธตนเองที่มีตาแต่มองไม่เห็นเขาพระสุเมรุที่เดินผ่านหน้าไป  มีบางคนรู้สึกเกลียดตัวเองที่ไม่เสียสละให้ท่าน  บกพร่องและปฏิเสธในการทำบุญ  พวกเขาสำนึกและเสียใจ แต่ก็รู้สึกศรัทธา  มันเป็นความรู้สึกที่ยากยิ่งที่จะอธิบายได้

                หลังจากหลิวซื่อเสียนผู้อาวุโสได้กล่าวว่าพระโพธิสัตว์จะแผ่เมตตาช่วยขจัดทุกข์ภัยเพราะเป็นพระประสงค์  และเรื่องการไม่เคารพนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย  พระองค์ไม่ถือเป็นบาป  แต่เมื่อทราบก็ขอเพียงให้มีจิตใจเชื่อมั่นและศรัทธาเป็นใช้ได้  และการที่พระโพธิสัตว์จะปรากฏร่างในวันรุ่งขึ้นตอนสามโมงเพื่อประทานฝน  ท่านคิดดูซิว่าเวลานั้นผู้ที่คอยความเมตตาเป็นอย่างไร  มันคงไม่ผิดอะไรกับสายฝนที่หลั่งลงมากระมั!  ที่พวกเขาได้ฟังคำพูดเช่นนี้ก็เกิดความปลื้มปีติ  เวลาไม่นานคนทั้งเมืองก็รู้สึก  จากหนึ่งเป็นสิบ  จากสิบเป็นร้อย  ข่าวนี้กระจายอยู่ทั้งวันจนค่ำคืน  ประชาชนทั้งสี่มุมเมืองตลอดทั่วทั้งแปดทิศต่างรู้ข่าวนี้  ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่จะไม่แสดงความยินดี

                ครั้นถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ชาวนาหยุดไถคราด  ผู้หญิงหยุดทอผ้า  ร้านค้าต่างพากันปิด  คนทั้งหลายเหล่านี้พากันจุดธูปเทียนด้วยความศรัทธาเป็นที่สุด  ด้วยว่าต่างแหงนคอมองบนท้องฟ้าอันว่างเปล่าด้วยดวงตาอันจดจ่อ  แทบไม่กล้ากระพริบ  มองไปมองมา  ก็มองไปทางเขาไถ่ซื่อซานที่อยู่ไกลลิบๆ ได้มีเมฆสีขาวก้อนหนึ่ง  ค่อยๆ ลอยออกมาแล้วแผ่ขยายกว้างขึ้น  ยิ่งลอยมาใกล้ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น  ทันใดได้เห็นสิ่งหนึ่งในเมฆขาว  สวรรค์เปิดเป็นแนว  ได้ปรากฏมีร่างคนสูงหกศอกมีรัศมีสีทองเปล่งออกมา  บนศีรษะสวมหมวกเพชร  ร่างกายห่มด้วยผ้ากาสาวพัสตร์  ในมือถือแจกันหยกขาว  ในแจกันนี้มีน้ำทิพย์และกิ่งหลิว  ยืนอยู่บนก้อนเมฆด้วยเท่าเปล่า  ส่งรัศมีกระจายไปทั่วท้องฟ้า  ประชาชนทั้งหลายได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ต่างพร้อมใจกันก้มลงกราบเหมือนนัดกันไว้  ปากก็ท่องแต่คำว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมๆๆๆ เหมือนกันทุกคน  และยกมือขึ้นพนมอยู่ในท่าไหนก็ท่านั้น  ทุกสายตาจับไปยังภาพธรรมกายพระโพธิสัตว์  เห็นพระองค์จับกิ่งหลิวในแกกันออกมาแล้วประนมไปยังตะวันออก ตะวันตก เหนือและใต้  ที่มีพื้นนาเต็มไปด้วยข้าวกล้าที่เหี่ยวเฉา  พูดแล้วก็สุดแสนมหัศจรรย์  พลันมีเมฆลอยมาจากทิศทั้งสี่และกลายเป็นฝนตกลงมาเหมือนฟ้ารั่วเป็นเวลาครึ่งวัน  ครั้นฝนหยุดตกท้องฟ้าก็แจ่มใส  ธรรมกายของพระโพธิสัตว์ได้อันตรธานมองไม่เห็นอีก

                หลังจากการปรากฏกายของพระโพธิสัตว์ในครั้งนี้บรรดาประชาชนทั้งหลายต่างเชื่อในพระพุทธธรรมว่ามีผลจริง  จึงสร้างรูปจำลองพระโพธิสัตว์เพื่อเคารพบูชาไว้บนเขาไถ่ซื่อซาน  อันเป็นจุดที่เจ้าแม่เริ่มปรากฏกาย  และที่นั่นมีถ้ำอันงดงามอยู่ถ้ำหนึ่งจึงเรียกกันต่อมาว่า  ถ้ำกวนอิมและในปัจจุบันก็ยังเรียกถ้ำนั้นเช่นนี้อยู่!  การปรากฏพระวรกายของพระโพธิสัตว์กวนอิมครั้งนี้เป็นครั้งแรกและแสดงพระเมตตาอันยิ่งใหญ่  ซึ่งเป็นคุณสมบัติของพระโพธิสัตว์ที่ต้องพิจารณาช่วยเหลือด้วยพระองค์เองอย่างบริสุทธิ์  เวลานี้จึงได้มีตำหนักหรือศาลเจ้าพระโพธิสัตว์ซึ่งมีจิตคอยสอดส่องเสียงร้องของผู้มีความทุกข์สืบต่อมามากมาย  ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนมีเมตตาต่อกันด้วย  มาถึงในราชวงศ์ถังจึงได้มีการแปลพระสูตรออกมาเป็นครั้งแรกซึ่งสืบทอดอยู่ในศาสนาพุทธฝ่ายมหายานจนถึงบัดนี้

                วกกลับมาพูดถึงพระโพธิสัตว์  เมื่อได้เรียกฝนและสอนสั่งหลิวซื่อเสียน  ในขณะนั้นได้มีลูกหลานของสกุลหลิวพากันปฏิบัติธรรมสร้างความดีอย่างไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้

                ณ บัดนี้พระโพธิสัตว์นั่งเพ่งปริสุทธิฌาน  ใช้หูของพระองค์ฟังสรรพทุกข์ของหมู่สัตว์  พระโพธิสัตว์ก็รู้สึกว่าฝั่งทะเลทางทิศตะวันออก ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่อันเป็นที่อาศัยของหมู่ชน  ทุกคนอยู่อย่างคนไร้ศาสนา  ไม่รู้จักกรรมดีมีสภาพจิตใจไม่ต่างจากสัตว์ซึ่งน่าเวทนาสงสารยิ่ง  พระโพธิสัตว์จึงเสด็จออกจากที่ประทับมุ่งตรงไปยังฝั่งทะเลตะวันออกทันที  พระโพธิสัตว์รู้ดีว่าตรงไหนเป็นสถานที่ที่มีอาชีพเกี่ยวกับการประมง  ดังนั้นจึงได้แปลงกายเป็นหญิงมีลักษณะเหมือนชาวประมงเกล้าผมเป็นมวยบนศีรษะ  สวมเสื้อกระโปรงตัวผ้าสีกรมท่า (น้ำเงินเข้ม) เท้าทั้งคู่ไม่สวมอะไรเหมือนเคย  แต่คราวนี้แปลงเป็นหญิงที่มีรูปร่างลักษณะงดงามยิ่ง  ในมือหิ้วตระกร้าใส่ปลา  ในตระกร้ามีปลาเป็นขังอยู่หลายตัว  พระโพธิสัตว์แปลงได้เข้าไปปะปนอยู่กับชาวประมง  แล้วเข้าตลาดขายปลา  คนในตลาดพากันมองผู้หญิงขายปลาที่มีรูปกายงดงามหาที่ติไม่ได้  ด้วยเหตุนี้จึงมีคนมาซื้อปลาจากเธอมากมาย  แต่ทว่าพระโพธิสัตว์กลับบอกแก่ผู้มาซื้อปลาว่า พวกท่านซื้อปลาของเราไปทำอะไรที่บ้าน ผู้ซื้อปลาตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า  ซื้อปลาไปทำกับข้าวและผัดผัก  สาวขายปลาส่ายศีรษะแล้วพูดว่า แต่เรามิได้มีจุดประสงค์ให้ทำเช่นนั้น  ไม่ต้องการให้เป็นอาหารของปากคน  หากท่านต้องการเอาไปทำกับข้าวกับปลาเชิญไปซื้อที่อื่น  ปลาของเราจะขายให้แก่คนที่ซื้อไปปล่อยเท่านั้น  ชาวตลาดฟังคำพูดของแม่ค้าปลาก็อดหัวเราะในความโง่เขลาเสียมิได้  เพราะปลาและกุ้งนี้โดยปกติก็เป็นอาหารของคน  หากมีใครมาพูดว่าปล่อยปลาไว้ชีวิตหรือซื้อปลาเอามาปล่อย  มันก็ไม่ผิดอะไรกับการเอาเงินทองมาโยนทิ้งทะเล  ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อย  เมื่อเป็นอย่างนี้ผู้ที่มาซื้อปลาจึงเดินจากไปโดยไม่ซื้ออย่างเงียบๆ

                พอตกค่ำพระโพธิสัตว์ก็อาศัยอยู่กับคนที่ขายของอยู่ริมทะเล  วันรุ่งขึ้นก็ถือตระกร้าใส่ปลาใบเก่าเข้าตลาด แต่หาคนซื้อไม่ได้เหมือนวันแรก  จนเวลาผ่านไปหลายวันจึงได้มีผู้ใจดีคนหนึ่งเป็นคนในสกุลหม่า  คนขายปลาในตลาดรู้จักดีเพราะชอบซื้อปลาตัวผู้  เขาเห็นพระโพธิสัตว์ขายปลาทุกวันแต่ขายไม่ได้สักวัน  และทุกวันในตะกร้าก็มีปลาตัวเล็กๆอยู่เพียงสองตัว  มันถูกวางอยู่ในนั้นโดยไม่มีน้ำแต่ไม่รู้จักตาย  หม่าลิ่งคนซื้อปลาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้  เขาจึงเฝ้าสังเกตแต่ก็ไม่เห็นมีสิ่งใดผิดสังเกต  หม่าลิ่งรู้สึกสงสัยไม่น้อยในตลาดขายปลาแห่งนี้จะมีคนขายปลามามากมาย  จึงมีคนหลายคนมาหลงรักแม่ค้าขายปลาคนสวยคนนี้สุดหัวใจ  ไม่ช้าคนทั้งหลายเหล่านั้นก็พากันสารภาพรักและขอแต่งงานเพื่อเป็นคู่ชีวิต  คนที่พูดอย่างนี้มีเกินกว่ายี่สิบคน  ในจำนวนนั้นก็มีหม่าลิ่งรวมอยู่ด้วยคนหนึ่ง  แต่พระโพธิสัตว์ก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธหรือติติงให้พวกเขาต้องอับอาย  ตรงกันข้ามกลัมพูดด้วยปิยะวาจากับคนที่มาสารภาพรักว่า ผู้หญิงคนหนึ่งจักมีสามีได้คนเดียว  นี่เป็นสิ่งที่สวรรค์กำหนดและเป็นประเพณีอันดีงาม  ดังนั้นเราผู้เดียวมีร่างกายเพียงหนึ่งย่อมไม่สามารถทำตามความต้องการของท่านยี่สิบกว่าคนได้แน่นอน!  เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงขอตั้งเงื่อนไขไว้เพื่อจะได้เลือกไม่ผิดคน  แต่ไม่รู้ว่าพวกท่านจะสามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่  ชายผู้มาติดเนื้อต้องใจต่างรับคำว่าได้ด้วยหมายจะเอาผู้หญิงผู้งดงามนี้เป็นภรรยาให้ได้  จึงเป็นธรรมดาอยู่นั่นเองที่จะต้องลองแข่งกันดู

                พระโพธิสัตว์จึงเริ่มปริศนาธรรม โดยกล่าวว่า เราชอบสอนคนสวดมนต์และปัจจุบันก็ยังคงทำการสอนอยู่เป็นนิจศีล  เราแนะนำดังนี้เพื่อให้ท่านทั้งหลายมีสัมมาทิฐิ  และหากทำตามเช่นนี้ได้ทุกเวลาตอนเย็น  โดยสวดอย่างจริงจังเราจะยอมแต่งเป็นภรรยาคนที่เคร่งครัดที่สุด  ชายผู้ตกหลุมรักเหล่านั้นต่างรีบบอกให้เธอช่วยสอนทันที  พระโพธิสัตว์จึงเริ่มสอนโดยมอบพุทธมนต์คำต่อคำให้สวดตาม  ชายเหล่านั้นพากันสวดตามๆ กัน  จบบทหนึ่งก็ต่ออีกบทหนึ่ง  กลับไปกลับมา  เสียงสวดจึงดังไม่ขาดสาย  คนที่หัดสวดล้วนมีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน  คือต้องพยายามสวดให้ได้เพื่อจะได้เป็นเจ้าบ่าว  แต่ทว่าพรสวรรค์ของแต่ละคนย่อมมีสูงมีต่ำแตกต่างกันบางคนก็ทำได้เพียงชั่ววันเดียว  แต่บางคนตั้งหลายวันก็ยังสวดไม่ได้ที่สุดก็มีเหลืออยู่แค่ครึ่งเดียวที่สวดได้  ส่วนอีกครึ่งหนึ่งสวดไม่ได้  แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม

                ส่วนที่ทำตามกติกาได้  เริ่มทวงสัญญาในอันที่จะได้แต่งงานกับแม่ค้าปลาคนสวนหรือพระโพธิสัตว์แปลง  เพราะเธอได้สัญญาว่าหากพวกเขาสามารถท่องบ่นสังวัธยายยามนต์ได้คล่อง  เธอก็จะแต่งงานด้วยและนี่พวกเขาก็ทำตามได้ โดยท่องได้อย่างคล่องแคล่ว  แม่ค้าปลาคนงามก็สมควรที่จะแต่งงานกับพวกเขาโดยไม่มีการบิดพลิ้ว  ทุกคนพูดอย่างนี้เป็นเสียงเดียว  แต่พระโพธิสัตว์บอกให้พวกเขาหยุดพูดและกล่าวว่า ให้พวกท่านสงบก่อน  เรายังจะต้องทดสอบเพื่อคัดเลือกอีก  เพราะที่กล่าวว่าสัมมาทิฐินั้นความจริงเป็นสิ่งแรกในพระพุทธศาสนา  ฝึกง่ายและปฏิบัติก็ไม่ยาก ไม่ต้องนับจำนวนครั้งที่ปฏิบัติ  และตอนนี้จะเปลี่ยนเป็นวชิรสูตร  ขอให้ท่องตามเรา  หากท่องได้ในคืนเดียวเหมือนกับที่เราท่องให้ฟัง  เราจะยอมแต่งงานเป็นภรรยา  ชายที่ลุ่มหลงเหล่านั้น เมื่อได้ยินคำกล่าวให้ความหวังรู้สึกยินดีขึ้นมาอีก  รีบบอกให้พระโพธิสัตว์ท่องปากเปล่าให้ฟัง  เพื่อพวกตนอีกสิบกว่าคนจะได้สงบใจหัดท่องตาม  ชนิดคำต่อคำวชิรสูตรนี้ไม่เหมือนมงคลสูตรที่ว่าด้วยสัมมาทิฐิซึ่งง่ายกว่ามาก  พวกเขาหัดฝึกท่องไปหนึ่งคืน  ในจำนวนสิบกว่าคนที่ท่องด้วยกันมีอยู่เพียงสี่คนเท่านั้นที่ท่องได้  ส่วนที่เหลือนอกนั้นล้วนท่องไม่ได้เป็นอันต้องตกรอบไป  และคนสี่คนนี้ก็รีบเร่งรัดโดยพูดว่า  คนสวนเอ๋ย...ตอนนี้พวกเราเหลือเพียงสี่คนเท่านั้น  ท่านควรจะแต่งงานกับใครคนใดคนหนึ่งโดยพูดไปให้เด็ดขาด  พวกเราจะได้ไม่ต้องแย่งชิงกัน

                พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ยัง ยังก่อน  เรากับท่านพวกนั้นยังมีจิตใจที่ผูกสมัครต่อกัน  แล้วทำไมเราต้องกระทำอันโหดร้าย  ทำให้คนเก่งอีกสามคนต้องเสียใจด้วย  ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย  ขอให้ทำตามประสงค์ของเราโดยเราจะคัดเลือกอีกสักครั้ง  ดูซิว่าเราควรเป็นภรรยาของใคร  คนทั้งสี่ที่เหลือจากการคัดเลือก ไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่พระโพธิสัตว์แปลงบอก  และอดที่จะเสียดสีมิได้ว่า  มงคงสูตร  แล้วก็วชิรสูตร  และต้อนนี้วชิรสูตรก็ท่องได้หมดแล้วไม่รู้ว่าจะเล่นเอามนต์บทไหนงัดออกมาอีก!  แต่เอาเถอะไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้ขอเชิญท่านรีบท่องนำเถิด

                พระโพธิสัตว์ยิ้มน้อยๆ ที่เห็นพวกเขาเริ่มหงุดหงิดแล้วจึงตอบออกไป พวกท่านช่างรีบร้อนไม่สำรวม  อยู่ไม่สุขเหมือนลิง  บทที่เราจะบอกสวดตามต่อไปนี้ไม่เหมือนสองบทแรก  แต่ก็เป็นพระสูตรอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแห่งมหายานมีชื่อเรียกว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตร  เราจะใช้บทนี้สอนพวกท่านสวด  หากสามารถสวดได้ภายในสามวันเราจะยอมแต่งงานเป็นภรรยา  สี่คนเก่งที่เหลือรับปากทันทีด้วยหมายจะเอาเป็นเมียให้ได้

                จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็เริ่มสอนให้สวดด้วยปากปล่าว  โดยคำต่อคำเหมือนครั้งก่อนๆ หลับตาแผล็บเดียวก็ถึงกำหนดสามวันแล้วปรากฏว่าผู้ที่สามารถท่องได้ตั้งแต่ต้นจนจน มีเพียงหม่าลิ่งผู้เดียวเท่านั้น  ส่วนที่เหลืออีกสามคนทำไม่ได้ถึงกับคอตกเศร้าซึมไป  และไม่พูดอะไรตอนนี้เองพระโพธิสัตว์แปลงได้บอกให้หม่าลิ่งกลับไปเตรียมจัดงานแต่งงานให้เรียบร้อย

                ครั้นเมื่อเข้าหอ  หญิงสาวผู้งดงามเป็นที่ต้องตาพึงใจของชายหนุ่มทุกคนที่แท้คือ พระโพธิสัตว์แปลงร่างมา  บัดนี้ได้แปลงสภาพจากหญิงสะคราญมีชีวิตชีวากลายเป็นซากศพ  และกำลังเน่าเปื่อยขึ้นมาในทันทีทันใด  หม่าลิ่งชายผู้โชคดีกำลังปรีเปรมในตัวของสาวงามในเบื้องแรก  บัดนี้ไม่เหลือความยินดีอยู่เลยแม้แต่สักน้อย  นอกจากจะยังไม่ทันได้เป็นเมียจริงๆ เท่านั้น  ยังต้องเป็นภาระนำศพกำลังขึ้นอืดไปฝังอีก

                บรรดาชายผู้โชคร้ายในตอนแรก  เมื่อได้ยินข่าวนี้ก็ให้รู้สึกยินดีถึงกับฉลองกันเป็นการใหญ่  ทิ้งความทุกข์ระทมที่มีไปจนสิ้น  นี่แหละมนุษย์ผู้เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา  ส่วนหม่าลิ่งเมื่อได้เจอเหตุการณ์เช่นนี้  เสียใจมากถึงกับสาบานว่าจะไม่ยอมมีเมียอีก  เขาคงทำงานที่เคยทำแต่หากมีเวลาว่างเขาจะท่องพระสูตรทั้งสาม  ตามที่พระโพธิสัตว์เคยสอนเป็นการสวดแก้กลุ้ม  ทว่ามันมีผลทำให้หม่าลิ่งค่อยๆ รู้สึกซึ้งในรสของพระธรรมที่ตนสวด

                กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เมื่อถอดร่างจากสาวสวยแล้วเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน  ก็ได้พบว่าหม่าลิ่งเริ่มรู้ถึงรสพระธรรมขึ้นมา  พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงแปลงกายเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งเดินทางไปพบกับหม่าลิ่ง  และสนทนากันถึงเรื่องพระธรรมชี้แนะในจุดที่ไม่เข้าใจ  ผลที่สุดก็พูดถึงเรื่องผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วย  หม่าลิ่งก็เล่าให้ฟังโดยไม่ปิดบัง

                เมื่อหม่าลิ่งเล่าจบลงพระโพธิสัตว์พูดตอบ ท่านรู้หรือปล่าวว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกั?  ความจริงเธอคือพระโพธิสัตว์แห่งเกาะโปตละโลกาที่อยู่ทางทะเลใต้ล่ะ!  เธอมาปรากฏกายที่นี่ก็เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกและความเชื่ออันงมงายที่ลุ่มหลงอยู่แต่กิเลสของท่าน  เราพูดเช่นนี้ท่านก็คงจะยังไม่เชื่อ  เราไปสุสานด้วยกันเพื่อขุดพิสูจน์ดูจะได้รู้ว่าเป็นอย่างไรและเข้าใจเสียที  หม่าลิ่งเมื่อได้ฟังพระโพธิสัตว์ผู้แปลงมาในรูปพระกล่าวท้าเช่นนี้  ก็ไม่รอช้ารีบจัดการหาจอบตรงไปยังสุสานพร้อมพระรูปนั้น

                ครั้นมาถึงก็ไม่รอช้ารีบลงมือขุดดูทันที  สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาเมื่อเปิดฝาโลงขึ้นดู มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

                พระพุทธธรรมนั้นบริสุทธิ์  ย่อมสามารถช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ได้  (อ่านต่อตอนที่ 3)

 

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

ตอนที่ 4

ตอนที่ 5

ตอนที่ 6

ตอนที่ 7

ตอนที่ 8

ตอนที่ 9

ตอนที่ 10

ตอนที่ 11

ตอนที่ 12

 

 
 หน้าแรก
By ศาลเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view