http://www.guanimongyai.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ประวัติความเป็นมา  รวมบทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ  แผนที่เดินทาง  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/05/2008
ปรับปรุง 01/05/2015
สถิติผู้เข้าชม1,673,022
Page Views2,346,968
Menu
หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
ประวัติเจ้าแม่กวนอิม
ข้อมูลทั่วไปศาลเจ้า
กำหนดเวลาประทับทรง
วัตถุประสงค์เวบไซต์
ข่าว update เวบไซต์
รวมบทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
แผนที่เดินทาง
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยม
เกี่ยวกับผู้สร้างศาลเจ้า
งานประจำปี
เชิญร่วมทำบุญ
เทศกาลกินเจ
บทสวดมนต์และคาถา
บทความทั่วไป
« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
 

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่3

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่3
  ที่มา : รวบรวมจากหนังสือเจ้าแม่กวนอิม พระเมตตาปาฏิหารย์และตำหนักที่ประทับเจ้าแม่กวนอิม ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วฟ้าเมืองไทย 

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 3

 

ตอนที่ 3 บรรณาการหอยและกาฬโรคมหาภัย

 

                ตอนที่แล้วเมื่อหม่าลิ่งได้ฟังพระภิกษุแจ้งให้ทราบว่า แท้จริงผู้หญิงที่ตนแต่งงานด้วยมิใช่คนธรรมดา ไม่เชื่อไปขุดพิสูจน์ดูได้  เขานำจอบเสียมไปขุดศพเจ้าสาวจำแลงทันที  ครั้งเปิดโลงขึ้นมาก็รู้สึกยินดีและเกรงกลัวระคนกัน  เพราะไม่มีซากศพอะไรในโลงศพนั้น  มันมีแต่กระดูกสีทองอยู่พวงหนึ่งเท่านั้น

                ภิกษุแปลงที่ไปด้วยได้ถามว่า ไหนละศพคนสวย?  ตอนนี้ท่านคงจะประจักษ์ในคำพูดของเราว่าไม่ได้หลอกลวงท่าน  และท่านคงจะเข้าใจในบารมีธรรมแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมแล้ว  คนทั้งหลายอาจจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดพระโพธิสัตว์จึงทำเช่นนี้  ก็เพราะทรงมีเมตตาสงสารผู้ที่ยังหลงติดอยู่กับกิเลสตัณหา  จึงได้แปลงกายมาเป็นสาวงามเพื่อโปรดคนทั้งหลาย  และท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีบารมีธรรมพอจึงได้เอาพระปุณฑริกสูตรไว้ได้  ท่านจึงสมควรที่จะทำตามพระประสงค์ของพระโพธิสัตว์  โดยช่วยเผยแผ่พระธรรมสั่งสอนตักเตือนให้คนทั้งหลายมีเมตตาเช่นพระองค์ จะเป็นบุญกุศลอันบริบูรณ์  ถ้าท่านทำเช่นนี้  แน่นอนกุศลนั้นจะเป็นของท่าน  หม่าลิ่งผู้ประจักษ์ในอภินิหารและมีศรัทธาได้ตอบภาระการเผยแผ่พระธรรม  เมื่อสนทนาจบลง พระภิกษุรูปนั้นก็พลันหายวับไป

                นับแต่นั้นมาหม่าลิ่งได้เปลี่ยนบ้านของตนให้เป็นตำหนักกวนอิม  โดยปั้นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมมาประดิษฐานไว้  ลักษณะของพระโพธิสัตว์ที่ปั้นเป็นรูปหญิงขายปลาผู้งดงาม  ในมือถือตะกร้าใส่ปลา  คนทั่วไปในเมืองจีนเรียกว่า กวนอิมตะกร้าปลา

                หลังจากที่พระโพธิสัตว์ได้โปรดหม่าลิ่งให้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วได้เดินทางเลาะตามชายฝั่งทะเล  จนกระทั่งวันหนึ่งได้มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง  ได้พบกระแสแห่งความเคียดแค้นแล่นพล่านอยู่โดยไม่ยอมสลายตัวไป  พระโพธิสัตว์รู้สึกเมตตาสงสารจึงแผ่เมตตาและแปลงร่างเป็นพระธุดงค์  เพื่อถามประชาชนในท้องถิ่นนั้น  ก็ได้ความว่าสถานที่แห่งนี้เรียกว่า ปอหนิง  อยู่ปากอ่าวของทะเลตะวันออก  มีผลิตผลอุดมสมบูรณ์  เพราะท้องทะเลแถบนี้ชุกชุมได้ด้วยสัตว์ทะเลนานาพันธุ์  แต่เดิมคนในแถบนี้จึงร่ำรวยพอสมควร  มีความสุขกันทั่วหน้าไม่แพ้คนอื่นในโลกอันกว้างใหญ่  แต่อยู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเกิดความทุกข์เข็ญขึ้นได้  หรืออาจเป็นเพราะเพื่อไม่กี่ปีมานี้  มีบรรณาการสิ่งหนึ่ง  ซึ่งมารังควานแม้แต่ไก่และสุนัขก็อยู่ไม่เป็นสุข  ประชาชนรู้สึกเคียดแค้น  ท่านคิดว่าเพราะอะไรหรือ?  เพราะเวลานั้นถังบุนจงเป็นฮ่องเต้  พระองค์ทรงโปรดปรานหอยปอหนิงเป็นที่สุด  จะเรียกว่าชอบเป็นชีวิตจิตใจก็คงไม่ผิด  ทุกวันจะต้องทุกวันจะต้องเสวยหอยชนิดนี้  หากวันไหนไม่มีถึงกับกินข้าวไม่ลง  และหอยชนิดนี้มีอยู่ทั่วไปตามปากอ่าว  แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คือหอยที่ปอหนิงนี้เพราะทั้งอ้วนและสด  เมื่อเป็นของที่พระเจ้าแผ่นดินโปรดปราน  ของสิ่งนี้จึงไม่มีส่งไปที่อื่นและปอหนิงจะต้องส่งเป็นบรรณาการเป็นประจำ  หอยชนิดนี้เป็นผลผลิตจากปอหนิง  ชาวประมงปอหนิงส่วนมากจะต้องจิ้มก้องเป็นประจำ  พูดแล้วก็เหมือนไม่มีอะไร  แต่ทำไมชาวปอหนิงต้องเป็นเดือดเป็นแค้นด้วยเล่า?  เหตุก็เพราะข้าราชสำนักที่มาทำการตรวจตราเป็นต้นเหตุ  มันดุร้ายป่าเถื่อนยิ่งกว่าเสือ  อาศัยอำนาจหน้าที่แสวงประโยชน์  โดยทำการรีดนาทาเร้นประชาชนชาวปอหนิง  ชาวประมงผู้ที่จะต้องบรรณาการหอยนี้ก็ไม่กล้าแสดงปฏิกิริยาด้วยเกรงอำนาจหน้าที่  ต่างก้มหน้าก้มตาออกไปหาหอย  ครั้นเมื่อหามาได้และส่งให้ข้าราชสำนักตรวจ  มันตรวจกันอย่างละเอียดลอออย่างกับหมอดูดวงชะตา  แล้วก็จ้องจับผิดว่าไอ้ชนิดนี้ไม่ใช่  ไอ้ชนิดนั้นคนละอย่าง  และกล่าวติเตียนว่าไม่ตรงกับที่ต้องการ  บรรณาการนี้ไม่สดสวยพอ  เท่านี้หอยของประชาชนก็ไม่สามารถขึ้นตาชั่งเพื่อเข้าบัญชีได้  แต่ทว่าของที่ส่งไปที่ทำการข้าราชการสำนัก  แม้จะเป็นของที่มันกล่าวว่าขาดความสมบูรณ์พวกมันก็เก็บขึ้น  และหากท่านไม่ติดสินบนด้วยเงินทอง  พวกมันจะปล่อยให้หอยนั้นแห้ง  จนถึงสามวันห้าวันก็ไม่ขึ้นตาชั่งให้  แม้จะไปอ้อนวอนเอาหัวโขกพื้นมันก็ไม่สนใจ  ทั้งนี้เพราะมันรู้ดีว่าหอยชนิดนี้ตายง่าย  ปล่อยไว้ไม่กี่วันก็จะเสีย  ถ้าไม่ใช้วิธีดังกล่าวข้างต้นก็ใช้วิธีคัดเลือกชนิดเหมือนร่อนหาทองกันทีเดียวกว่าจะได้หอยแต่ละตัว  เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวประมงไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากยอมเสียเงิน  นี่เป็นความผิดพลาดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง  เพราะข้าราชสำนักผู้มีโทษอันมหันต์เหล่านั้น  มันจะกินเงินทองท่านในทุกๆ ทาง  ไม่เฉพาะแต่ของที่ต้องส่งเป็นบรรณาการนี้เท่านั้น

                ของบางอย่างต้องส่งเป็นบรรณาการปีละครั้ง  บางอย่างปีละสองครั้ง  มันเป็นกำหนดที่ตายตัว  จะมีก็แต่หอยนี้อย่างเดียวที่จะต้องส่งทั้งปีไม่ขาด  และชาวประมงปอหนิงก็ปฏิบัติเช่นนี้ทั้งปีไม่เคยขาดส่งบรรณาการชนิดนี้เลย  การส่งมองหอยชนิดนี้ก็ไม่มีอะไรมาก  เพียงแต่การส่งทุกครั้งจะต้องให้สินบนแก่ข้าราชสำนัก  และมันก็เป็นเงินสินบนที่ไม่รู้จักพอ  ในระยะหลายปีมานี้  พวกชาวประมงซึ่งเคยมั่งคั่งสมบูรณ์ ต้องกลายมายากจนลง  จนมาก  ชนิดที่ต้องขายลูกขายเมีย  ถึงกับบ้านแตกสาแหรกขาด  หรือไม่ก็ตรอมใจตายเลยทีเดียว  มันช่างน่าอนาถนัก  จากผู้ที่อยู่ดีกินดี  กลับต้องมาบ้านแตกไม่รู้กี่สิบครอบครัว  พูดไปแล้วแม้แต่ตนเองก็อดที่จะเวทนาไม่ได้  แต่อย่างไรก็ตามชาวประมงนี้ใช่ว่าจะโง่เสียทีเดียว  พวกเขาได้ทำหนังสือร้องทุกข์เพื่อแฉโพยพวกข้าราชสำนักที่กระทำการกดขี่อย่างทารุณ  ทว่าไม่เป็นผลเพราะที่ทำการของข้าราชสำนักนี้ได้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว  พอมีหนังสือร้องทุกข์ของพวกชาวประมงที่ลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าวก็ถูกกักเก็บไม่มีการพิจารณา  เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิม  ที่ร้ายคือผู้ร้องทุกข์เองต้องตายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง  มีบางคนเหมือนกันที่สามารถส่งหนังสือร้องทุกข์เข้าไปถึงหัวหน้าราชสำนักแทนที่จะเกิดประโยชน์  กลับเป็นการเอาชีวิตตนเองเซ่นสังเวยเหมือนฆ่าตัวตาย  เพราะไม่มีโอกาสกลับออกมา  ท่านคิดดูเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้  จะสอนหรืออบรมอย่างไรที่จะไม่ให้พวกเขาเกิดความเคียดแค้นชิงชังได้เล่า?

                เมื่อพระโพธิสัตว์กวนอิมได้ทราบความเป็นมาของปอหนิงว่าเป็นอย่างไร  พระองค์ถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่  และส่ายศีรษะไปมาทรงเวทนาประชาชนผู้น่าสงสารเหล่านี้  จริงอยู่มันเป็นเคราะห์กรรมที่ทำแต่ปางก่อนมาสนอง  ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่หากเวลานี้พระองค์ไม่ช่วยแล้ว  พวกเขาเหล่านั้นเมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ได้เล่า?  เมื่อพระโพธิสัตว์คิดได้เช่นนี้  ก็เสด็จไปตามชายฝั่งทะเล  บังเอิญตอนนั้นเป็นเวลาที่น้ำกำลังขึ้น  มีหอยอยู่เต็มไปหมด  ทุกตัวล้วนมีเปลือกสวยงามเชิญชวนให้ชาวประมงมาจับไป  แต่ชาวประมงเหล่านั้นไม่ยินดียินร้ายกับการได้หอยอันสวยงามเหล่านั้น  เขาจับไปบ่นไปอย่างซังกะตาย  หากใครได้พบเห็นได้ยินได้ฟังก็อดที่จะถอนใจยาวอย่างเป็นทุกข์แทนเขาไม่ได้  เพราะหอยที่หาได้เหล่านี้มิใช่ได้เงินกลับต้องเสียเงินให้เหล่ากังฉิน  พระโพธิสัตว์กวนอิมผู้รู้แจ้งในทุกข์ของชาวบ้านเหล่านี้  จึงคิดช่วยเหลือโดยแสดงอิทธิฤทธิ์ประทับรูปของพระองค์ลงบนเนื้อหอยปอหนิงทุกตัว  โดยชาวประมงผู้งมหอยไม่รู้ถึงความผิดปกติ  ทุกคนต่างจับจนได้ปริมาณที่ต้องการ  ตนเองก็นำไปที่ทำการของข้าราชการสำนักอย่างจำใจ  คล้ายกับว่าเหล่าชาวประมงนี้เป็นลูกหนี้ที่ต้องมาชำระ  มันช่างเป็นแอกเป็นการปกครองที่โหดร้ายทารุณอะไรเช่นนั้น  จะทำให้ตายก็ไม่ให้ตาย  จึงจำเป็นต้องอยู่รอเวลาตายเท่านั้น  ทันใดที่ว่าการของพวกราชสำนักที่รับบรรณาการหอยปอหนิงได้ถูกปิดลงอย่างไม่มีใครคิดนอกจากนี้ยังมีราชโองการสั่งห้ามจับหอยอีกต่อไป  และได้มีการสร้างศาลให้พระโพธิสัตว์กวนอิมเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสักการะบูชา  โดยเฉพาะชาวประมงปอหนิง  นี่ก็เป็นราชโองการอีกเหมือนกัน

                เหตุใดเหตุการณ์จึงกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ  จงมาฟังข่าวที่จะกล่าวดังต่อไปนี้  แต่ก่อนอื่นจักต้องขอแสดงความยินดีและมีความหวังใหม่  ที่ชาวปอหนิงได้ผ่านพ้นราชภัย  แต่ใครเล่าที่สามารถประกาศิตให้เกิดเรื่องเช่นนี้ได้?  คงไม่มีใครคาดหรือเดาได้ถูกต้องเป็นแน่  คือหลังจากพระโพธิสัตว์ได้ฟังคำบอกเล่าจากชาวปอหนิงผู้น่าสงสารแล้วก็รู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ร้อน  พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงได้คิดช่วยอย่างเงียบๆ ด้วยพระองค์เอง  เพื่อมวลพสกนิกรชนพระโพธิสัตว์มิใช่เพียงห่มผ้ากาสาวพัสตร์ประทับบัลลังก์ดอกบัวเท่านั้น

                ดังนั้น เมื่อหอยปอหนิงได้ถูกนำเข้าราชสำนัก  พ่อครัวหลวงได้ตรวจดูความใหม่สด  และคัดเอาเฉพาะตัวที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงไม่กี่ตัวเพื่อเตรียมทำน้ำแกงขึ้นถวาย  หยิบหอยขึ้นมาตัวแรกเพื่อแกะปากหอยให้เปิดออก  แต่มันช่างแข็งเหมือนศิลาอย่างคาดไม่ถึง  ลองตัวที่สองอีก  มันก็เปิดฝาหอยไม่ออกอีก  พ่อครัวรู้สึกสงสัยอย่างที่สุดจึงใช้มีดสับลงไป  เสียงมีดกระทบเปลือกหอยดังเป้ง  ทันใดก็เกิดประกายเป็นสีทองระยิบระยับ  และหอยนั้นก็เปิดอ้าออก  แต่ภายในเปลือกหอยไม่มีเนื้อหอยอยู่  มีแต่รูปของพระโพธิสัตว์กวนอิมอยู่ที่เปลือกหอยด้านใน  มันเป็นเช่นนี้ทุกตัว  เหมือนกับหอยนี้มาจากสุสานหอย  คือมีแต่เปลือกไม่มีตัว  เปลือกของหอยรุ่นนี้ดูงดงามกว่าปกติ  จะว่าหยกก็ไม่ใช่หยก  จะว่ามุกก็ไม่ใช่มุก  แตมันส่องประกายวาววับจับตา  ครัวหลวงได้พบเหตุเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าปิดความเรื่องนี้  จึงรีบนำขึ้นกราบทูล  ฮ่องเต้ถังบุนจงเมื่อทรงทราบความก็ให้รู้สึกสะดุ้งกลัว  มีรับสั่งให้นำทองมาทำผอบและนำหอยมาเก็บไว้ในผอบนั้น  นอกจากนี้ก็มีราชโองการยกเลิกบรรณาการหอยปอหนิงนี้ด้วย

                หลังจากนั้นได้มีรับสั่งให้เรียกหาคณาจารย์ฝ่ายสงฆ์มาถามถึงสาเหตุเรื่องนี้  พระสงฆ์ได้อธิบายให้ฟังว่า ของทุกอย่างล้วนมีลักษณะว่างและนี่เป็นพระประสงค์ของพระโพธิสัตว์ที่ต้องการประกาศให้มวลสัตว์มีความศรัทธาพระองค์ที่ใจ  สิ่งนี้คือความเมตตาต่อมนุษย์นั่นเอง  ในพระพุทธคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า  พระโพธิสัตว์นั้นมีรูปกายไม่จำกัด  และนี่ก็เป็นอีกรูปกายหนึ่งของพระโพธิสัตว์ที่กล่าวไว้ในพระธรรมคัมภีร์

                ฮ่องเต้ถังบุนจง ตรัสว่า รูปลักษณ์ของพระโพธิสัตว์ได้เห็นแล้ว  ยังขาดอยู่แต่เพียงพระธรรมคำสั่งสอนจากปากพระโพธิสัตว์

                พระสงฆ์ กล่าวว่า อาตมาขอพระบรมราชานุญาติถามพระองค์เพียงว่า ทรงเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ

                ฮ่องเต้ถังบุนจง ตรัสว่า ก็มีหลักฐานเห็นออกประจักษ์เช่นนี้  แล้วเราจะกล้าไม่เชื่อเชียวหรือ?”

                พระสงฆ์ กล่าวต่อว่า ดีแล้วที่เป็นเช่นนั้น  กิตติศัพท์ของพระโพธิสัตว์มิใช่เพียงพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่ได้ยินได้รู้  บัดนี้ฮ่องเต้ถังบุนจงทรงรู้สึกสำนึก  และนับแต่นั้นมาก็ทรงเลิกกินหอยปอหนิง  นอกจากนั้นยังมีรับสั่งให้สร้างศาลขึ้นแห่งหนึ่ง  เพื่อประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมเอาไว้เคารพบูชา

                เหตุพระโพธิสัตว์กวนอิมได้ประทับรูปพระธรรมกายลงบนด้านในของหอยปอหนิงนี้  ชาวบ้านจึงเรียกกวนอิมในภาคนี้ว่า กวนอิมหอย  ข้อความนี้มิใช่ผู้เขียนยกเมฆหรือโกหกพกลม  แต่มันมีอยู่ในพระพุทธคัมภีร์ที่จดบันทึกไว้ด้วยข้อความอันลึกซึ้ง  ใช่แต่เท่านั้น  แม้ในที่อื่นๆ ก็มีการจดบันทึกด้วยข้อความที่สอดคล้องเหมือนกัน  โดยเฉพาะเรื่องพระโพธิสัตว์กวนอิมทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ประทับรูปพระธรรมกายของพระองค์ลงบนเปลือกหอย  เพื่อช่วยเหล่าชาวประมงที่ถูกบังคับให้ส่งส่วยอย่างมหาโหดให้พ้นความทารุณและความทุกข์เข็ญ

                จากนั้นพระโพธิสัตว์เดินทางต่อไปจนถึงจังหวัดซานตงเล๋งจิว  ซึ่งขณะนั้นเป็นฤดูร้อนที่ร้อนจัด  กาฬโรคกำลังระบาดอย่างหนัก  คนเจ็บและล้มตายลงไม่ขาดสาย  มันช่างน่าอนาถอย่างไม่อาจบรรยายได้  ศพแล้วศพเล่าที่ถูกหามออกจากบ้านพร้อมเสียงร่ำไห้ของหมู่ญาติ  บรรดาหมดสามัญที่มีอยู่ทั่วไปก็เยียวยารักษาสู้กับโรคระบาดอันร้ายแรงนี้อย่างเต็มกำลัง  แต่ก็ไร้ผล  เพราะเขาไม่มียาที่มีสรรพคุณอันวิเศษพอที่จะรักษาหรือป้องกันโรคนี้ได้  การรักษาเป็นไปตามมีตามเกิด  มันจึงเป็นการสิ้นเปลืองไม่เกิดผลอันใด  นับวันกาฬโรคนี้ก็มีแต่แพร่ระบาดมากขึ้น  พระโพธิสัตว์เข้าในโรคนี้ดี  และรู้ว่ามีแต่เพียงขักเฮียง (ใบของต้นถั่ว) เท่านั้นที่จะรักษาได้  พระโพธิสัตว์จึงเข้าไปในป่าเขาเด็ดใบขักเฮียงมาประกอบเป็นยาเมื่อได้ตามที่ต้องการแล้ว  พระโพธิสัตว์ได้แปลงเป็นคนขายเร่ที่แก่ชราและผอมแห้ง  สะพายย่ามยาเข้ามาขายในตลาดเพื่อแก้กาฬโรค  ชาวบ้านชาวเมืองเมื่อแรกได้เห็นต่างคนต่างไม่กล้าซื้อมาลองกินดู  แต่ทว่ามียาจกเข็ญใจคนหนึ่งเขาก็ไม่มีเงิน  ได้ยินว่ามีผู้จะให้ยารักษาโรค  ก็ไม่รอช้ารีบขอไปลองรักษาตัวทันที  เพราะถึงอย่างไรการเป็นกาฬโรคนี้ก็รอดยากอยู่แล้ว  ทั้งที่มีเงินรักษาก็ยังตายนับประสาอะไรกับยาจก  เมื่อมีช่องทางรักษาชีวิตได้  จะจริงหรือไม่ก็ต้องลองดู  และผลปรากฏว่า  ยาจกผู้นั้นกินแล้วหายจากกาฬโรคโดยไม่ตาย

                ผู้คนจึงค่อยๆ ทยอยมาขอให้ช่วยรักษา  และไม่มีสักรายเดียวที่ผิดหวังเพราะยานี้แก้โรคร้ายนี้ได้  กิตติศัพท์นี้ค่อยๆแพร่กระจายออกไปภายในสามเดือน  ไม่รู้ว่าได้ช่วยคนไปจำนวนเท่าไร  และในที่สุดโรคภัยนี้ก็ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น  พระโพธิสัตว์ได้ไปปรากฏกายที่วัดเก่ยจือหลินซื่อเพื่อพบกับท่านอิวหยุนภิกษุอาวุโส  ทั้งนี้เพื่อถ่ายทอดการทำยาขักเฮียงเพื่อรักษาโรคที่อาจเกิดขึ้นอีก

                ภิกษุอิวหยุนได้แจ้งแก่ประชาชนให้ทราบภายหลังว่า  ผู้ที่มาช่วยรักษาภัยจากโรคร้ายนี้คือพระโพธิสัตว์แปลงกายมา  และในครั้งนั้นได้มีผู้ระลึกถึงพระคุณของพระโพธิสัตว์  ต่างช่วยกันเรี่ยไรและบริจาคทุนทรัพย์สร้างศาลเจ้าแม่กวนอิม  และมีรูปธรรมกายของพระโพธิสัตว์กวนอิมเพื่อเป็นที่สักการะ  แต่รูปธรรมของพระโพธิสัตว์นี้  มีลักษณะการแต่งตัวไม่เหมือนพระโพธิสัตว์ทั่วไป  เพราะในมือไม่ได้ถือแจกันหยกและกิ่งหลิว  หากแต่ถือกิ่งสมุนไพรแทน  ทั้งนี้เพราะประชาชนในจังหวัดนั้นไม่ลืมบุญกุศลที่พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญไว้  และไม่ลืมคุณของยาสมุนไพรด้วย  ด้วยเหตุนี้รูปพระโพธิสัตว์จึงได้ถือกิ่งสมุนไพรเป็นการรำลึกถึง  และภาคนี้ชาวบ้านสามัญเรียกว่า พระกวนอิมเภสัช  ต่อแต่นั้นมาเมื่อชาวบ้านเกิดเจ็บป่วยและไม่มีทางรักษา  ต่างไปเสี่ยงเซียงซีขอยาจากพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ศาลเจ้าแห่งนี้  เรื่องนี้อาจจะเป็นการงมงายไปหน่อย  แต่เรื่องปาฏิหาริย์มันเกี่ยวกับจิตใจและบุญบารมี  ถ้ามีศรัทธามีบุญมีบารมีพอก็หายได้

                ดังนั้นพระโพธิสัตว์ผู้มีแต่จิตอันการุณย์ที่จะช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์   พระองค์จึงเสด็จมาโดยไม่จำกัดรูปกาย  ทั้งนี้เพื่อโปรดผู้ทุกข์ยากให้เห็นประจักษ์อย่างแท้จริง  บรรดาผู้คนเป็นอันมากที่ได้พ้นทุกข์ต่างได้ประจักษ์ในพระบารมีที่พระโพธิสัตว์มาโปรด  ต่างพากันยอมรับและมีศาลเจ้าพระโพธิสัตว์กวนอิมอยู่ทุกตำบลเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ

                บารมีอันบริสุทธิ์ที่เหลือปรากฏอยู่ทุกแห่ง  คือ  ความเมตตาที่จะช่วยเหลือชาวโลกให้พ้นทุกข์  (อ่านต่อตอนที่ 4)

  

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

ตอนที่ 4

ตอนที่ 5

ตอนที่ 6

ตอนที่ 7

ตอนที่ 8

ตอนที่ 9

ตอนที่ 10

ตอนที่ 11

ตอนที่ 12

 
 หน้าแรก
By ศาลเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view