http://www.guanimongyai.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ประวัติความเป็นมา  รวมบทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ  แผนที่เดินทาง  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 12/05/2008
ปรับปรุง 01/05/2015
สถิติผู้เข้าชม1,648,589
Page Views2,314,761
Menu
หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
ประวัติเจ้าแม่กวนอิม
ข้อมูลทั่วไปศาลเจ้า
กำหนดเวลาประทับทรง
วัตถุประสงค์เวบไซต์
ข่าว update เวบไซต์
รวมบทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
แผนที่เดินทาง
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยม
เกี่ยวกับผู้สร้างศาลเจ้า
งานประจำปี
เชิญร่วมทำบุญ
เทศกาลกินเจ
บทสวดมนต์และคาถา
บทความทั่วไป
« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่4

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่4
  ที่มา : รวบรวมจากหนังสือเจ้าแม่กวนอิม พระเมตตาปาฏิหารย์และตำหนักที่ประทับเจ้าแม่กวนอิม ที่มีผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วฟ้าเมืองไทย 

พระเมตตาปาฏิหาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 4

 

ตอนที่ 4 ทุรโฉดอหังการ

 

                หลังจากที่พระโพธิสัตว์กวนอิมช่วยบำบัดกาฬโรคอันหฤโหดให้แก่ประชาชนที่เมืองเติ้งจิวแล้วนั้น  ทำให้ประชาชนกล่าวขวัญและยกย่อง  โดยไม่มีใครรู้ว่าคนชราที่ผอมแห้งและมีคุณแก่เขาเป็นอเนกอนันต์นั้นคือใคร  จนกระทั่งภิกษุอิวหยุนได้แจ้งแก่ประชาชนว่า  ผู้ที่มาขจัดโรคภัยนั้นแท้จริงคือ พระโพธิสัตว์กวนอิมมาช่วยขจัดทุกข์ให้สัตว์โลก  ด้วยความสำนึกในเมตตาธรรม  บรรดาประชาชนเหล่านั้นได้ช่วยกันสละทุนทรัพย์สร้างศาลเจ้าแม่กวนอิมขึ้นโดยมีรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นที่เคารพบูชา

                ขณะที่พระโพธิสัตว์แฝงกายอยู่กับหมู่มวลมนุษย์เพื่อสดับความทุกข์ยากของผู้ตกทุกข์ได้ยาก  จะได้ช่วยโปรดให้คลายทุกข์โดยไม่เลือก ชาติ ชั้น วรรณะ  แต่ในวันนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมรู้สึกมีความรุ่มร้อนในจิตใจ  เหมือนมีอะไรมากระตุ้น  จึงเล็งญาณอันวิเศษตรวจสอบไปทั้งแปดทิศ  พลันก็รู้แจ้งในเหตุ

                พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงรู้ได้ด้วยทิพย์ญาณว่า  บัดนี้ได้มีบุรุษในอสัตย์ผู้หนึ่ง  เป็นคนพเนจร  กำลังร่อนเร่จะไปทางมณฑลเจ๋อเจียงอย่างไร้จุดหมาย  แต่เดิมนั้นชายผู้นี้เป็นคนมีถิ่นฐานอยู่ทางทิศตะวันออก  ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่ค่อนข้างป่าเถื่อน  บุรุษผู้นี้เร่ร่อนมาถึงแผ่นดินจีน  ได้ยินกิตติศัพท์ว่าที่ เขตเขาอู่ไถซาน นั้นงดงาม  มีวัดวาอารามอันวิจิตรโอฬาร  นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปแกสลัก  แต่พระพุทธรูปนี้มิใช่ใช้หินธรรมดาทั่วไปแกะ  หากแต่เป็นหยกขาวบริสุทธิ์งดงามสุดพรรณนา  รูปจำลักษณ์นี้สำรวมแต่แผ่ประกายฉัพพรรณรังสีไปรอบองค์พระ  นอกจากนี้ ยังมีพระที่สร้างด้วยของมีค่า เช่น ทองคำอีกมากมาย  ชายผู้ร่อนเร่นี้จึงเลือกเดินทางมาทัศนาจรที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก  เมื่อเขามาถึงก็ได้พบความจริงดังที่มีกิตติศัพท์เล่าลือ  ทันทีที่เขาได้พบเห็นก็เกิดความโลภอยากได้พระพุทธรูปอันมีค่ามาเป็นของตนเองอย่างล้นเหลือ  ชายผู้อสัตย์นี้เป็นคนที่ฉลาดมีกลโกงในตัวอยู่มากมาย  เขาจึงได้เที่ยวสำรวจทั่ว วัดฝ่าหัวซื่อ เพื่อหาวัตถุที่ตนเห็นว่ามีค่าที่สุด  เพื่อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นเศรษฐีในหมู่คนของตน  มันช่างเป็นการเดินทางที่คุ้มค่า

                เขาเดินชมไปตามห้องต่างๆ ที่ไว้พระพุทธรูปอันงดงามแต่ละปางๆ  จนมาสะดุดตาสะดุดใจอยู่กับรูปสลักของพระโพธิสัตว์กวนอิมซึ่งเป็นหยกขาวบริสุทธิ์ทั้งองค์  อยู่ในปางดับทุกข์เข็ญ คือ พระหัตถ์ข้างหนึ่งถือแจกันมีกิ่งหลิวโผล่ขึ้นเหนือแจกัน  นั่งอยู่บนดอกบัวด้วย  พระพักตร์และแววพระเนตรเปี่ยมด้วยมหากรุณา  ดอกบัวที่ทรงประทับอยู่นั้นบานย้วยส่งประกายใสสะอาดงามจับตาจับใจ  เพราะเป็นหยกทั้งแท่งถูกเจียระไนสลักเสลาด้วยนายช่างฝีมือเอก  ความวิจิตรงดงามไม่แพ้สวรรค์บันดาล  ด้วยองค์พระนั้นสูงประมาณ 2 ศอก

                ความงดงามอันวิจิตรบรรจงบวกกับความล้ำค่าแห่งหยกขาวอันบริสุทธิ์  สิ่งนี้มิใช่หรือที่ชาวโลกเสาะแสวงหา  เจ้าอมนุษย์แห่งตะวันออกมองดูรูปพระโพธิสัตว์ปางนี้ตาเป็นมันด้วยความละโมบ  โดยไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ  มันฉวยโอกาสขโมยพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมไปได้  ในขณะที่พระและคนในวัดสาระวนอยู่กับการทำงานและประชุมกันสวดมนต์  ไม่มีใครเลยสักคนที่จะเฉลียวใจว่า  บัดนี้อมนุษย์จากตะวันออกได้มาฉกฉวยกวนอิมหยกขาวไปแล้ว

                กว่าคนในวัดจะรู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่าได้อันตรฐานไปจากที่ประดิษฐาน  เจ้าคนโฉดมันก็เตลิดไปไกลจนไม่รู้ว่าจะไปตามได้ที่ไหน  เพราะมนุษย์โฉดผู้นี้ช่ำชองในการขโมยเป็นยอด  ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้ติดตาม  ชาววัดจึงหมดปัญญาที่จะเอาคืน  จึงจำเป็นต้องหยุดคดีนี้เพียงแค่นั้น

                ฝ่ายเจ้าคนโฉด เมื่อมันขโมยกวนอิมหยกได้สมใจอยาก  มันรู้สึกปลาบปลื้มยินดีตลอดเวลาที่เดินทางหนี  มันกบดานอยู่ที่มณฑลเจ๋อเจียงระยะหนึ่ง  แล้วก็คิดจะข้ามทะเลกลับมาตุภูมิเพื่ออวดความเก่งกล้าสามารถของตนให้ประจักษ์

                การนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมรู้ได้โดยตลอดด้วยทิพย์ญาณ  จึงทรงขยับพระวรกายด้วยกำลังฤทธิ์ติดตามคนโฉด  มันเป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าคนโฉดกำลังเอาเรืองออกจาก ท่าเฉาอิมต้ง เพื่อกลับบ้านเกิดด้วยอาการอันปรีเปรม  ขณะที่มันล่องเรือออกจากท่าไปได้ไม่ไกลนัก  ทันใดทั่วทั้งท้องทะเลสีฟ้าครามก็เกิดอาเพศ  บังเกิดมีดอกบัวขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เต็มพืดครอบคลุมท้องทะเลให้กลายเป็นสีแห่งดอกบัว  เหตุอันอัศจรรย์เกิดขึ้นโดยบุญฤทธิ์อันวิเศษแห่งพระโพธิสัตว์

                ดอกบัวที่เกิดขึ้นด้วยกำลังฤทธิ์ที่บันดาลให้เกิดขึ้นนี้  มีขนาดสูงใหญ่ท่วมหัว  มันเต็มพืดไปหมด  ทำให้เจ้าคนโฉดไม่อาจนำเรือไปทางไหนได้  เพราะไม่รู้ทิศทางว่าไหนเหนือไหนใต้  มันเขียวครึ้มไปทั้ง 4 ทิศ  มันพาเรือไปอย่างสะเปะสะปะตลอดทั้งคืนยันเช้า  มันก็คงวนเวียนอยู่กลุ่มดอกบัว  ไม่อาจหาทางออกมาได้  จอมโฉดรู้สึกตกใจและหวั่นกลัวในเหตุอาเพศที่เกิดแก่มันในขณะนี้เป็นกำลัง

                ขณะที่จอมโฉดจอมขโมยสาระวนหาทางออกจากกอบัวยักษ์นั้นก็เกิดเหตุที่มันไม่คาดคิดขึ้นอีกเป็นซ้ำสอง  คือ  เกิดคลื่นลมพายุพัดกระหน่ำอย่างกระทันหัน  มีผลทำให้เรือน้อยโคลงเคลงจะคว่ำมิคว่ำแหล่ยากแก่การทรงตัว  เหตุการณ์อันกระทันหันนี้  ทำให้เจ้าคนโฉดขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง  แต่มันก็ไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร  มันเงอะงะอยู่บนเรือโต้คลื่นนั้นรอความตาย

                ทางยอดเขาพุทโธ  ซึ่งอยู่ในบริเวณท่าเรือเฉาอิมต้ง  พระโพธิสัตว์กวนอิมในพระหัตถ์ถือแจกันหยกมีกิ่งหลิวโผล่จากแจกันประทับยืนอยู่บนดอกบัววิเศษ  ส่งประกายรัศมีเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขา  เจ้าจอมโฉดเดนคนเหลือไปเห็นเข้าอย่างจัง  พลันมันก็รู้สำนึกในทันทีว่าอาเพศที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปได้โดยฤทธิ์อำนาจแห่งพระโพธิสัตว์  มันจึงไม่รอช้ารีบก้มลงกราบวิงวอนขอขมาอย่างละล่ำละลักเป็นการใหญ่  และอธิษฐานขอให้คลื่นลงสงบพร้อมหมู่กอบัวอันมหาศาลอันตรธานหายไป  ถ้าท้องทะเลและสิ่งอันผิดปรกติที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์นี้หายไปโดยมันปลอดภัย  ก็จะอันเชิญกวนอิมหยกที่มันขโมยมาจากวัดอู่ไถซาน  ให้อยู่ในตำบลเฉาอิมต้ง  โดยมันจะไม่นำกลับมาตุภูมิของตนเอง

                หลังจากอธิษฐานจิตตอนจนตรอกเช่นนี้แล้ว พลันท้องทะเลอันปั่นป่วนก็เริ่มสงบลง  และกอบัวยักษ์ก็ค่อยหดหายไปเหตุการณ์กลับเป็นปรกติ  เจ้าจอมโฉดแห่งตะวันออกก็ทำตามที่ตนได้ให้สัจจะไว้  คืออัญเชิญพระรูปกวนอิมหยกให้อยู่ที่เฉาอิมต้งนี้  และไม่คิดจะเหยียบแผ่นดินนี้อีกชั่วกาลนาน

                นับแต่นั้นมาชาวตำบลเฉาอิมต้งและตำบลใกล้และไกล  ต่างก็มานมันการพระรูปกวนอิมหยกอันศักดิ์สิทธิ์และล้ำค่า  ตอนที่พระโพธิสัตว์กวนอิมสำแดงบุญฤทธิ์นั้น  บังเอิญมีชายแซ่จาง ซึ่งเป็นคนในตำบลนั้นได้เห็นปาฏิหาริย์แห่งเจ้าแม่กวนอิมด้วยตาตนเองในขณะที่หัวขโมยประสบอาเพศ  เขาจึงนำเรื่องปาฏิหาริย์ที่ตนพบเห็นนี้บอกกล่าวแก่คนทั่วไป  นอกจากนี้แล้วชายแซ่จางยังได้สละทรัพย์สมบัติของตนเองรวมทั้งบอกบุญเรี่ยไรแก่ผู้มีจิตศรัทธาเพื่อรวบรวมทุนทรัพย์มาสร้างศาลเจ้า  แต่ความที่ชายแซ่จางนี้มีความศรัทธาต่อพระแม่กวนอิมเพิ่มขึ้นในจิตใจทุกวัน  แม้จะได้ทรัพย์มามากที่จะสร้างศาลเจ้า  เขากลับไม่ยอมสร้าง  แต่ใช้เคหะสถานของตนมาต่อเติมดัดแปลงเปลี่ยนเป็นตำหนัก  ศาลเจ้าพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปกวนอิมหยก  และตนเองก็ถือบวชนุ่งห่มสีเหลืองยึดถือพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นสรณะ

                คนที่อยู่ทั้งไกลและใกล้  เมื่อได้ข่าวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์อันแปลกประหลาดนี้ต่างพากันมาที่ตำหนัก  ประชาชนจำนวนมากรู้สึกเคารพบูชาในพระโพธิสัตว์กวนอิมนี้มาก  เพราะได้แสดงปาฏิหาริย์ไม่ยอมเสด็จไปกับจอมโฉดแห่งภาคตะวันออก  เรื่องราวและกิตติศัพท์ที่พระโพธิสัตว์ไม่เสด็จไปกับมารร้ายนี้  เป็นความจริงที่พระโพธิสัตว์ได้บันดาลให้เกิดกอบัวขนาดมหึมาขวางกั้นเจ้าคนโฉดในทะเล  และภูเขาพุทธโธในปัจจุบันอยู่ในเจียงเจ๋อก็ยังนับเป็นเมืองพุทธที่รุ่งเรืองอยู่  ถึงกับมีคำขนานนามว่าภายใต้ท้องฟ้านี้  เจียงเจ๋อเป็นเมืองคนดีมีผืนดินอุดมสมบูรณ์ดีด้วย  เรื่องราวแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวอันเป็นที่เคารพก็ยังเป็นตำนานอยู่ที่นั่นอย่างไม่รู้เลือน

                ขอกล่าวถึงแผ่นดินจงเหวี๋ยน (จีน) ในสมัยปลายราชวงศ์ถัง  มีความเดือดร้อนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า  ทุกแห่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย  มีโจรโพกผ้าเหลืองก่อกวนความสงบสุขอยู่ทุกวัน  ทำให้ประชาชนหมดกะจิตกะในทำมาหากิน  และที่เจียงเจ๋อเมืองคนดีนี่เอง  ได้มีคนหนุ่มที่ชื่อ เฉียนหลิว ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเล็กๆ  เขาเป็นคนมีจิตใจกล้าหาญและซื่อตรง  ที่สุดได้ฝึกวิทยายุทธจนเป็นผู้มีฝีมือในการต่อสู้  เขาได้เห็นสภาพบ้านเมืองที่สับสนวุ่นวาย  ไม่มีความสงบสุขเลย  เขาจึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกที่กล้าหาญ  ตั้งตนเป็นทหาร  และทำการฝึกวิชาทหารอยู่เสมอมิได้ขาด  เพื่อทำการต่อต้านพวกโจรทั้งหลายที่จะมาทำลายความสงบสุข

                นับแต่เฉียวหลิวตั้งกองทหารขึ้นมา  หน้าที่หลักคือการป้องกันตะวันออกและใต้เป็นสำคัญ  แต่เงินทุนและกำลังอาวุธที่เป็นปัจจัยสำคัญมีอันขัดข้องอยู่เสมอ  ไม่ใช่ราบรื่นไปเสียทั้งหมด  ข้อสำคัญทหารของเขามีระเบียบวินัยดี  ไม่กระทำการข่มเหงคะเนงร้าย  ทำให้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่ชาวบ้าน    เพราะแม่ทัพเฉียงหลิวมีระเบียบและมีวิธีการที่ทหารในกองทัพไม่อยากล่วงละเมิด  ความเข้มงวดในระเบียบวินัยของทหาร  กองทัพจึงเข้มแข็งเพราะประชาชนคอยสนับสนุน

                ในวันหนึ่ง ขณะที่เฉียนหลิวกำลังเคลิ้มๆ จะหลับ  ทันใดเขาได้ฝันเห็นพระโพธิสัตว์กวนอิมมาพูดกับเขาว่า เฉียนหลิว เฉียนหลิว เจ้าอย่ามัวรั้งรออยู่เลย  การที่เจ้าป้องกันตะวันออกและใต้นี้ได้ช่วยดับทุกข์เข็ญที่สุมอยู่ในหัวใจของประชาชน  เรื่องนี้เป็นความปรารถนาดีที่ควรสรรเสริญ  และฟ้าดินย่อมคุ้มครองคนดีเช่นนี้  แม้จะออกศึกสงครามสักร้อยครั้งก็ไม่มีวันพ่ายแพ้  ขอให้เจ้าทำนุบำรุงกองทหารให้ดีเถิด  เฉียนหลิวได้ฟังดังนั้น  จึงแจ้งข้ออุปสรรคอันมากมายที่ลำบากยากเข็ญเหลือคณาแก่พระโพธิสัตว์  และพระโพธิสัตว์ก็ได้ตอบว่า เจ้าอย่าได้ปริวิตกและจงรู้ว่าผู้มีตาพันตามีมือพันมืออยู่ในคนผู้เดียวมีอยู่เจ้าคงจะไม่เชื่อ  จงมองมาที่เราให้เต็มตา  เฉียนหลิวเพ่งมองมาที่พระโพธิสัตว์  นัยต์ตารู้สึกพร่าพราย  เมื่อพระวรกายพระโพธิสัตว์เปล่งฉัพพรรณรังสีเป็นแสงสีทองครองพระกาย  และพระโพธิสัตว์ก็ได้กระทำฤทธิ์ให้มีมือพันมือและตาพันตาในพระวรกายอันเป็นสีทองปรากฏแก่เฉียนหลิว

                พระโพธิสัตว์ตรัสแก่เฉียนหลิวผู้จ้องมองความมหัศจรรย์ไม่วางตาว่า เฉียนหลิวเอย  เจ้าคงเข้าใจแล้ว  เรามีมือพันมือมีตาพันตา  ก็เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้มากด้วยทุกข์ภัยทั้งมวล  ซึ่งมีอยู่สุดคณานับ  ฉะนั้นเจ้าจงอย่าท้อถอย  จงมุ่งหน้าทำหน้าที่ของเจ้าอย่างกล้าหาญ  เพราะตะวันออกและใต้นี้จะสงบสุขไม่ได้เลยหากขาดเจ้าไปและนับจากนี้ไป 20 ปี  เจ้าจะได้มาหาเราที่ เขาเทียนจู อย่างแน่นอน

                เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวจบ  เฉียนหลิวก็สะดุ้งตื่นขึ้น  และรู้สึกประหลาดใจในฝันอันแปลกประหลาดนี้  เขาคิดอยู่ในใจว่านี่เป็นนิมิตอันดี  ที่พระโพธิสัตว์มาช่วยโปรดชี้ทางสว่างแก่ตนเอง  ซึ่งแสดงว่า  ความตั้งใจที่ตนจะปกป้องความสงบสุขให้แก่มาตุภูมิเป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างแน่นอน

                เฉียนหลิวมีความมั่นใจในตนเองเป็นที่สุด  จึงเรียกประชุมบรรดานายทหารทุกหมู่เหล่าของตน  พร้อมแจ้งนิมิตของตนเองให้บรรดาทหารเหล่านั้นรู้  และมีคำสั้งให้หาจิตกรมีฝีมือในการวาดภาพมาวาดรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมที่มีพันมือพันตาตามที่เฉียนหลิวนิมิตเห็น  จากนั้นก็นำภาพนั้นไปแขวนไว้ตรงห้องประชุม  มีกำยานธูปหอมเซ่นไหว้ตลอดวัน  เพื่อบูชาให้เห็นถึงความศรัทธาอันแข็งกล้าของแม่ทัพ  เป็นแบบอย่างที่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องทำตาม  ด้วยความเชื่อว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมคอยคุ้มครอง  จึงเป็นธรรมดาอยู่ที่ทหารทั้งกองทัพจะมีจิตใจกล้าหาญ  เข้าทำการรบที่ใดก็ประสบชัยชนะในทุกสมรภูมิ  ทั้งนี้เพราะเขามีความเชื่อมั่นอยู่ในใจ  การปกป้องคุ้มครองตะวันออกจรดใต้ให้พ้นภัยโจรผ้าเหลือง  จึงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประชาชนจึงอยู่เย็นเป็นสุขด้วยประการแห่งกองทัพที่มีธรรม  และในเวลาต่อมาเฉียนหลิวก็ได้เป็นใหญ่ใน หังโจว เป็นถึง เจ้าผู้ครองนครนามว่า อู่เยี้ยหวัง  ที่ฝากชื่อไว้ในแผ่นดินชั่วกาลนาน

                หลังจากวันที่พระโพธิสัตว์มาปรากฏในนิมิตฝันเป็นกำลังใจให้เขาทำงานสำเร็จลุล่วงจนได้เป็นเจ้า  นับได้ 20 ปี  แต่เฉียนหลิวก็หาได้ลืมความฝันที่พระโพธิสัตว์บอกให้มาพบที่เขาเทียนจูเมื่อ 20 ปีก่อนไม่  เขาสืบหาทางที่จะไปเขาเทียนจู  เมื่อรู้ที่ตั้งดีแล้ว  เฉียนหลิวก็ออกเดินทางทันทีจนบรรลุถึงเขาเทียนจู  เขาเฝ้าค้นหาพระโพธิสัตว์ที่มาปรากฏในนิมิตฝัน  แต่ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ  กลับไปพบพระภิกษุรูปหนึ่ง  นั่งอยู่บนแท่นศิลา  ในมือถือพระคัมภีร์ที่ม้วนได้  พระองค์นี้ดูพระคัมภีร์อย่างใจจดใจจ่อ  เฉียนหลิวจึงว่าพระรูปนี้คงเป็นพระโพธิสัตว์แปลงกายมา  จึงคุกเข่าก้มลงกราบ  และปากก็พร่ำภาวนาถึงพระโพธิสัตว์อยู่  จับใจความได้ว่า  การที่ตนได้ประกอบภารกิจทำให้ประชาชนร่มเย็นเป็นสุข  พวกโจรไม่กล้ารุกรานภาคตะวันออกจรดใต้  ก็ด้วยหวังให้พระโพธิสัตว์มาโปรดบรรดาพี่น้องชาวบ้านเพื่อให้มีศรัทธามั่นอยู่ตลอดกาล

                พระภิกษุรูปนั้นเห็นอาการของเฉียนหลิว  พร้อมคำพูดที่พรรณนาออกมา  ก็รีบกล่าวแก่เฉียนหลิวว่า ท่านผู้เป็นใหญ่หยุดก่อน  ท่านคงจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดแล้วกระมัง  อาตมาเป็นพระธรรมดารูปหนึ่งซึ่งกำลังเดินทางไป เฉาอิม และผ่านมาทางนี้  เฉียนหลิวได้ยินพระภิกษุรูปนั้นกล่าวเช่นนี้  ก็รู้สึกผิดหวังและคิดว่าความฝันที่ว่า  จะเจอพระโพธิสัตว์คงเป็นหมัน

                พระรูปนั้นกล่าวสืบไปว่า  แต่อาตมาได้พบพระโพธิสัตว์  ในตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นพระโพธิสัตว์  เพราะเป็นเพียงพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งนั่งอ่านพระสูตรอยู่  อาตมาจึงเร่เข้าถาม  ท่านตอบอาตมาว่าพระไร้ทรัพย์แต่มากด้วยธรรม  เราขอมอบพระสูตรมหาเมตตาการุณย์ธารณีอันเป็นพระคัมภีร์ว่าด้วยความเมตตากรุณาสูตรนี้ไว้  อาตมาก็รับไว้  พูดไปแล้วในวันนี้เอง  ท่านผู้เป็นใหญ่ก็ได้มาถึงที่นี่และเรียกอาตมาว่าเป็นพระโพธิสัตว์  ซึ่งความจริงไม่ใช่  เพราะองค์พระโพธิสัตว์หลังจากมอบคัมภีร์ผูกนี้ให้อาตมาแล้ว  ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน  การได้พบท่านผู้เป็นใหญ่ในครั้งนี้  จึงขอแจ้งให้ท่านทราบ  พระรูปนั้นเว้นระยะการพูดเป็นครู่  เฉียนหลิวซึ่งบัดนี้ได้เป็นถึงเจ้า  เมื่อรู้ว่าความฝันของตนมิได้เป็นหมัน  จริงอยู่จุดมุ่งหมายคือมาพบพระโพธิสัตว์  แต่เมื่อมาแล้วไม่พบก็จริงอยู่  ทว่าก็มีข่าวจากพระโพธิสัตว์ซึ่งดูเหมือนจะย้ำให้ตนมีความเมตตากรุณาให้ยิ่งๆ ขึ้น  เพราะมอบเมตตากรุณาธารณีสูตรให้พระภิกษุซึ่งตนได้พบ  เหมือนเป็นการบอกใบ้  เมื่อเป็นดังนี้  ความรู้สึกยินดีก็ย่อมเกิดแก่เฉียนหลิวเป็นล้นพ้น

                พระเมื่อเห็นเฉียนหลิวมีสีหน้าเบิกบานขึ้นจึงพูดต่อ  บัดนี้ท่านผู้เป็นใหญ่ได้ทำให้แผ่นดินภาคตะวันออกและใต้นี่ร่มเย็นได้สำเร็จมีชื่อเสียงปรากฏ  เป็นที่รักใคร่เทิดทูนของประชาราษฏร์  จึงขอให้ท่านผู้เป็นใหญ่ได้อุปถัมภ์ประกาศพระพุทธศาสนาให้กว้างใหญ่ไพศาลเป็นที่ปรากฏ  ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุญญาธิการในภายภาคหน้าด้วย  และบัดนี้พระสูตรก็ได้มาอยู่ที่นี่  จึงไม่ควรปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดไป  เพราะพระโพธิสัตว์ได้มอบภารกิจนี้ไว้  แม้จะไม่รู้ในเบื้องแรก  มารู้ตอนหลังนี้ก็ยังไม่สาย  เนื่องจากเป็นพระประสงค์ของพระโพธิสัตว์  อาตมาขอให้ข้อคิดไว้เพียงเท่านี้

                เฉียนหลิวผู้เต็มตื้นด้วยศรัทธากล่าวตอบว่า จุดมุ่งหมายที่มาที่นี่โดยความเป็นจริงแล้ว  ก็เพื่อจะได้พบพระโพธิสัตว์ผู้ประเสริฐมาปรากฏกายให้พบเห็น  และแสดงธรรมอันควรแก่เรา  เมื่อไม่ได้พบเห็นด้วยตนเองแต่ได้พบท่านแทน  นอกจากนี้ยังมีพระสูตรจากพระโพธิสัตว์มอบไว้เป็นที่ประจักษ์  ก็นับว่าเทียนจูสถานที่นี้เป็นที่ๆ อุดมด้วยมงคล  เราจึงขอสร้างหอศึกษาพระธรรมไว้ ณ ดินแดนแห่งนี้  ขอท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยอนุเคราะห์เป็นธุระด้วย  ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์จะมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร?”

                พระภิกษุผู้ถูกเรียกอาจารย์  ไม่ว่ากระไร  เป็นการตอบรับเพราะศรัทธาในการสร้างหอศึกษาธรรมนั้นเป็นการดี  และผู้ที่จะทำได้ต้องเป็นอู่เยี้ยหวังเฉียนหลิว (เจ้าผู้ครองนครที่ยิ่งใหญ่)

                ประกาศิตจากปลายพู่กัน  ให้เบิกเงินทองจากคลังและการเกณฑ์ช่างไม้ปูนเพื่อสร้างหอศึกษาพระธรรมให้รุ่งโรจน์ในเทียนจูก็เริ่มขึ้น  และสำเร็จเสร็จสิ้นลงด้วยดี  จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหอศึกษาพระธรรมนี้จะไม่สวยงาม  เพราะทุกกระเบียดนิ้วถูกสร้างและสลักเสลาด้วยช่างฝีมือเอก  มันจึงเป็นสถาปัตยกรรมที่ชวนชม  และชวนศึกษาทั้งภายนอกและภายใน  สิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ก็คือรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม  จากการที่เฉียนหลิวได้ฟังคำบอกเล่าจากพระภิกษุว่าพบพระโพธิสัตว์กำลังอ่านพระสูตร  ท่านจึงให้ท่านแกะสลักพระโพธิสัตว์จากแท่นหยกสีขาวบริสุทธิ์  เป็นรูปพระโพธิสัตว์ประทับนั่งอยู่บนดอกบัว  ในมือถือพระสูตร

                นับแต่นั้นก็เกิดมีรูปธรรม ปางพระโพธิสัตว์ประทานธรรม และหอศึกษาพระธรรมแห่งนี้เอง  อู่เยี้ยหวังเฉียนหลิวมักมาฟังธรรมด้วยตนเองในสูตรที่ว่าด้วยพระโพธิสัตว์  เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเมตตา  นอกจากสร้างหอศึกษาพระธรรมแห่งนี้แล้ว  ก็ยังสร้างวัดวาอารามอันเป็นที่ประกอบศาสนกิจอีกเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้เพื่อประกาศพระพุทธศาสนา  ให้ครอบคลุมไปทุกลุ่มน้ำทั้งตะวันออกและตะวันตก

                วัดวาอารามน้อยใหญ่บรรดามี  จึงเกิดจากแรงศรัทธาของเฉียนหลิวทั้งสิ้น  ดังนั้นอาณาประชากรซึ่งอยู่ในปกครองของอู่เยี้ยหวังเฉียนหลิว  ต่างกล่าวกันว่า  ที่บ้านเมืองสงบสุขอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเฉียนหลิวผู้นี้  ประชาชนจึงต่างรักใคร่เทิดทูนด้วยน้ำใสใจจริง  ชนิดไม่ต้องพูดก็รู้กันเองว่าเจ้าผู้ครองนครคนนี้เป็นผู้ที่นับถือเคร่งครัดในพระพุทธศาสนา  กิตติศัพท์นี้ขจรขจายไปในแคว้นต่างๆ ทั้งใกล้และไกล  ที่สุดแคว้นเจียงเจ๋อก็ได้รับขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนา  ใช่แต่ในยุคนั้นเท่านั้น  แต่ได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันซึ่งเดี๋ยวนี้เป็น อำเภอซูหัง  เป็นสถานที่ที่มีคนพูดเปรียบเทียบถึงความสวยงามของซูหังว่าบนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมีซูหัง  ประชาชนของที่นี่ล้วนเป็นพุทธศาสนิกชนทั้งสิ้น

                ขอย้อนกล่าวถึงพระโพธิสัตว์หลังจากที่พระองค์ได้ไปโปรดชี้ทางอันถูกต้องให้เฉียนหลิวปฏิบัติจนเป็นเจ้าหรืออ๋อง  ท่านก็ได้แปลงกายเป็นคนในฐานะต่างๆ ปะปนอยู่กับประชาชนทั่วไป  ทั้งนี้เพื่อชี้ทางมิให้ประชาชนประพฤติชั่วหลงทางผิด  นอกจากนี้ยังช่วยโปรดให้พ้นทุกข์  นี่คือการจาริกโปรดเวไนยสัตว์  โดยการแปลงรูปกายในสภาพต่างๆ โดยที่ประชาชนทั่วไปไม่รู้  ในวันหนึ่งได้เดินทางมาถึง จิ่วหัวซาน  ทรงแหงนหน้ามองอย่างพิจารณา  เห็นเป็นสถานที่อุดมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์  สมควรแก่การพักพิง  เทือกเขาลูกนี้มีเก้ายอด  แต่ละยอดสูงต่ำไม่เท่ากัน  รูปทรงละม้ายคล้ายดอกบัวอย่างประหลาด  เสมือนหนึ่งยอดเขาทั้งลูกถูกสวรรค์สร้างอย่างบรรจงให้เป็นดอกบัวขนาดมหึมาตระหง่านอยู่บนพื้นพิภพฉันนั้น  ด้วยเหตุนี้  ที่เขาจิ่วหัวซานจึงมีวัดที่ถูกสร้างอยู่ตามเชิงเขา  มีจำนวนอยู่ไม่น้อย  และชื่อที่เรียกว่าจิ่วหัวซานก็แปลว่า  ยอดเขามหึมาเก้ายอด  ตามลักษณะภูมิประเทศ

                ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ทรงแปลงมาในรูปพระภิกษุผู้จาริกไปทั่ว  ตลอดทางที่เดินขึ้นเขาทรงดำริอยู่ในใจว่าจะโปรดชี้ทางสว่างให้พระภิกษุผู้ที่ยังปฏิบัติผิดทางด้วยความโง่หรือด้วยทิฐิแห่งตนให้ได้พบพระธรรมอันแท้จริง  และจะได้ประจักษ์ว่าผู้ปฏิบัติธรรมด้วยความจริงใจ  ย่อมพบพระอริยเจ้ามาช่วยชี้แนะ  ครั้นเดินมาถึงหุบเขาพลันได้ยินเสียงสวดมนต์ของคนๆ หนึ่ง  ที่สวดอย่างจริงจังแต่ยังไม่เห็นตัว  ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน  พระโพธิสัตว์จึงเดินตามเสียงเพื่อให้พบผู้สวดสาธยายพระสูตรก็ได้พบพระภิกษุชาวเมืองซีฮั๋ว

                ภูเขาคือธรรมชาติอันบริสุทธิ์  มันมีบทเพลงแห่งพุทธคอยกระซิบอยู่ทุกเสี้ยวของสายลม  (อ่านต่อตอนที่ 5)

 

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

ตอนที่ 4

ตอนที่ 5

ตอนที่ 6

ตอนที่ 7

ตอนที่ 8

ตอนที่ 9

ตอนที่ 10

ตอนที่ 11

ตอนที่ 12

 
 หน้าแรก
By ศาลเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view